รวมกลยุทธ์ทำ ธุรกิจค้าปลีก ให้อยู่รอดให้ได้และอยู่ได้แบบยั่งยืน

ธุรกิจค้าปลีก

ผู้เขียนมีความรู้สึกว่าหากเราเดินออกไปปากซอยที่บ้านของเราแล้ว สิ่งที่เราจะได้เห็นคือร้านสะดวกซื้อ ที่มีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานมากมายอาทิเช่น 7-11 เป็นต้น แต่นอกเหนือจากร้านสะดวกซื้อที่มีความเป็นมาตรฐานตามที่ผู้เขียนได้กล่าวอ้างนี้แล้ว ยังมีร้านสะดวกซื้อที่สามารถเติบโตได้โดยแม้ตนเองนั้นจะเป็นร้านที่ No Name หรืออาจจะจัดอยู่ในกลุ่มของร้านโชว์ห่วยก็ตาม มาดูกันว่ากลยุทธ์ของ ธุรกิจค้าปลีก ที่ Noname ควรมีอะไรบ้าง

1. การจัดวางสิ่งของในร้านต้องเป็นมาตรฐาน

หัวใจข้อแรกของธุรกิจค้าปลีก ที่คุณจะต้องมีความรู้คือเรื่องของการจัดวางสิ่งของต่างๆ ภายในร้าน ที่จะต้องมีความเป็นมาตรฐาน และมีหลักการที่ถูกต้อง เช่นต้องมีความรู้ว่า เมื่อลูกค้าเดินเข้าไปในร้านค้าปลีกนั้น ลูกค้าจะทำการเดินไปทางด้านซ้ายมือก่อนเสมอ ซึ่งคุณควรเลือกสินค้ากลุ่มอาหารต่างๆ ไว้ทางด้านซ้ายมือ อย่างนี้เป็นต้น ความรู้เรื่องการจัดวางสิ่งของที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มยอดขายได้

2. ร้านค้าปลีกต้องเน้นคำว่า สะดวกซื้อ

ธุรกิจค้าปลีกหัวใจสำคัญประการต่อมาคือ ธุรกิจค้าปลีกของเรานั้นเป็นร้านสะดวกซื้อ ดังนั้นสินค้าทุกชิ้นที่อยู่ภายในร้าน ต้องสามารถซื้อได้ในราคาที่ไม่ต้องคิด (เน้นว่าต้องเป็นราคาที่ไม่ต้องคิด) หากเป็นราคาที่ต้องคิด อย่างนี้ไม่ถูกต้องนะครับ สิ่งสำคัญคือคุณต้องจัดสินค้าที่ลูกค้าสามารถซื้อได้ง่ายๆ จะทำให้การขายของเป็นเรื่องง่ายๆเลย

3. สายสัมพันธ์สำคัญมาก

สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจค้าปลีกแบบรายใหญ่อาจทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่คือ เรื่องของการสร้างสายสัมพันธ์ ระหว่างผู้ขายกับลูกค้า เช่นการกล่าวคำทักทายหรืออื่นๆ ตรงนี้คุณสามารถนำมาเป็นจุดแข็งได้โดยการทักทายลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าในร้านธุรกิจค้าปลีกของคุณ ซึ่งความสัมพันธ์แบบง่ายๆนี้แต่จะสร้างความประทับใจได้อย่างมากสำหรับใครหลายๆคน และพร้อมที่จะกลับมาซื้อสินค้าที่ร้านของคุณอีกครั้ง

4. สายป่านยาวได้เปรียบ

อย่าลืมสำรวจในเรื่องของเงินทุนที่มีอยู่ในกระเป๋าของคุณด้วยนะครับ เพราะเงินทุนนี้แหละ ที่จะเป็นตัวช่วยให้คุณสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องในสภาวะที่ธุรกิจเดินทางเข้าสู่ภาวะเงินฝืด (เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน) สิ่งเหล่านี้นั้นจะเป็นตัวชี้วัดในเรื่องของความสำเร็จอย่างแท้จริงอีกตัวหนึ่ง

5. ขาดทุนคือกำไรเสมอ

คำนี้หลายๆคนที่ดำเนินธุรกิจค้าปลีก อาจจะเคยได้ยิน แต่อาจอดสงสัยว่า ถ้าเราขาดทุนแล้วจะกำไรได้อย่างไร ในที่นี้ผู้เขียนกำลังหมายถึงว่า เราอาจใช้กลยุทธ์การขายของบางอย่างในราคาที่ถูกมากๆ เพื่อให้เราขาดทุน แต่เป็นการขาดทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะสินค้าที่ขายนั้น จะส่งเสริมให้ลูกค้าเดินเข้ามาเลือกซื้อของในร้านของเรามากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจเลือกขายไอติมแท่งละ 19 บาท แทนแท่งละ 40 ในร้านสะดวกซื้อ แต่ลูกค้าที่เข้ามาในร้านก็จะเลือกซื้อสินค้าตัวอื่นๆไปด้วย

6. อย่าทำให้ร้าน ธุรกิจค้าปลีก ของคุณร้อน

มีงานวิจัยหลายชิ้นมากๆ ที่ระบุตรงกันว่าโปรดอย่าทำให้ธุรกิจค้าปลีก หรือร้านสะดวกซื้อของคุณมีอากาศที่ร้อน เพราะอากาศร้อนจะเป็นตัวส่งเสริมให้การทำธุรกิจนั้นเป็นไปได้ยากมาก และไม่ทำให้คนนั้นติดร้านค้า หรือแปลง่ายๆว่า คนไม่อยากเข้ามานั่งในร้านของเราเพราะว่ามันร้อนนั่นเอง

7. เลือกทำเลที่ห่างจากธุรกิจค้าปลีกรายอื่นๆ

หากทำเลที่ตั้งธุรกิจค้าปลีกของคุณนั้นกำลังจะเลือกในพื้นที่ที่มีผู้คนดำเนินธุรกิจค้าปลีก เป็นจำนวนมาก อย่างนี้แล้วผู้เขียนเห็นว่าหากเป็นไปได้ลองเปลี่ยนแปลงทำเลของคุณดีกว่า เพื่อที่ว่าคุณนั้นจะได้ไม่ต้องไปแข่งขันกับคนอื่นให้มากนัก ซึ่งหากคุณสามารถเปิดธุรกิจของคุณได้ก่อนนั่นเท่ากับว่าโอกาสในการทำกำไรของคุณก็จะมากขึ้นมาก

8. จงทำในสิ่งที่ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ทำไม่ได้

สิ่งต่อมาที่คุณนั้นจะต้องใส่ใจในธุรกิจค้าปลีกของคุณคือ จงคิดไอเดียนี้ออกมาเสมอๆ นั่นคือดูว่าธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่นั้นไม่สามารถทำอะไรได้ในการขายสินค้าของตนเองอย่างนี้คุณก็สามารถเลือกสิ่งเหล่านั้นมาทำได้ เพื่อที่คุณจะได้ปลอดภัยต่อการทำธุรกิจและที่สำคัญคือมีกลยุทธ์ที่สามารถไปแข่งขันกับธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ๆได้

9. จำชื่อลูกค้าได้ไหม

ชื่อคนนั้นมีความสำคัญมาก และถ้าคุณสามารถจดจำชื่อของลูกค้าได้ นั่นหมายถึงลูกค้าคนนั้นจะต้องเดินทางกลับมาสั่งซื้อสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน ลองหาวิธีหรือแนวทางในการให้ลูกค้านั้นบอกชื่อของคุณออกมาสิครับ

10. ระวังในเรื่องของความปลอดภัยด้วย

เนื่องจากร้านของคุณนั้นเป็นร้านสะดวกซื้อ ดังนั้นโปรดอย่าลืมเรื่องของกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความลปอดภัยที่คุณนั้นจะต้องจัดเตรียมไว้ด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาในระหว่างที่คุณเปิดธุรกิจค้าปลีก และอาจนำมาซึ่งภาวะขาดทุนได้ เป็นอย่างไรบ้างครับกลยุทธ์ที่สำคัญในการดูแลเรื่องของ ความสำเร็จในธุรกิจค้าปลีก ที่คุณนั้นจะต้องมีความใส่ใจ และโปรดเชื่อผู้เขียนว่า แม้คุณจะอยู่ในธุรกิจดังกล่าวแต่ก็สามารถที่จะมีความก้าวหน้าในธุรกิจนี้ได้อย่างแน่นอน ขอเพียงมีความตั้งใจเท่านั้น ดังนั้นลองนำไอเดียที่ผู้เขียนได้เขียนนี้ไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ