ไวรัสฮันตา Hantavirus - WHO

ไวรัสฮันตา Hantavirus โรคติดเชื้อร้ายแรงที่คนไทยควรรู้ก่อนระบาด

ไวรัสฮันตา hantavirus เป็นโรคติดเชื้อที่เริ่มเป็นประเด็นสำคัญทางสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจากเกิดเหตุการณ์ผู้โดยสารที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ขึ้นบนเรือสำราญและต่อมาเดินทางด้วยเครื่องบิน ทำให้เกิดการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดและการแจ้งเตือนในวงกว้าง เนื่องจากไวรัสชนิดนี้สามารถก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง แม้จะพบผู้ติดเชื้อในปริมาณน้อยและการแพร่ระบาดแบบมนุษย์สู่มนุษย์จะเกิดขึ้นได้ยากก็ตาม

ไวรัสฮันตา Hantavirus - WHO

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับไวรัสชนิดนี้อย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มาของไวรัสhantavirus คืออะไร อาการที่เกิดขึ้น วิธีการติดต่อ รวมไปถึงมาตรการป้องกันที่จำเป็น เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์ที่ไวรัสนี้มีโอกาสแพร่ระบาด

นอกจากนี้ ยังมีการอัปเดตเหตุการณ์สำคัญจากต่างประเทศ เช่น กรณีผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญ MV Hondius ที่มีผู้เสียชีวิต และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานสาธารณสุขระดับโลกและระดับชาติในการควบคุมการแพร่ระบาด ทำให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ความกังวลไวรัสฮันตา hantavirus ในสถานการณ์ปัจจุบัน 

ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับไวรัสชนิดนี้ เมื่อมีผู้ติดเชื้อเดินทางบนเรือสำราญ MV Hondius และต่อมา ไวรัสระบาดบนเรือ ได้ลุกลามในบางประเทศยุโรป รวมถึงการพบผู้ป่วยที่ติดเชื้อบนเครื่องบินที่เดินทางจากโจฮันเนสเบิร์กไปยังอัมสเตอร์ดัม ทางการสาธารณสุขในหลายประเทศจึงได้เร่งดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนอย่างเข้มงวด

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำเตือน ฮันตาไวรัส ว่า แม้จะมีรายงานผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิต แต่การระบาดนี้ยังคงอยู่ในวงจำกัดและสามารถควบคุมได้หากมีการดำเนินมาตรการสาธารณสุขอย่างเหมาะสม เช่น การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด การกักตัว และการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเพิ่มเติม

หน่วยงานด้านสาธารณสุขในประเทศต่างๆ เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ได้ร่วมมือกันติดตามผู้ที่เคยสัมผัสผู้ป่วย และให้การรักษาตามมาตรฐาน พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังและลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะในพื้นที่เสี่ยง

ไวรัสฮันตา hantavirus คืออะไร

ไวรัสฮันตา หรือ ฮันตาไวรัส hantavirus คือ เป็นกลุ่มไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของโรคที่เรียกว่า Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) และ Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS) โดยส่วนใหญ่มักพบในหนูและสัตว์ฟันแทะต่างๆ ซึ่งเป็นพาหะนำไวรัสนี้ไปสู่มนุษย์ผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของสัตว์เหล่านั้น เช่น ปัสสาวะ น้ำลาย หรืออุจจาระ

ผู้ติดเชื้อมักจะได้รับไวรัสผ่านการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนไวรัส หรือสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งเหล่านี้ นอกจากนี้ในกรณีของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Andes ที่พบในอเมริกาใต้ มีรายงานว่ามีโอกาสแพร่ระบาดจากคนสู่คนได้ในระดับจำกัด โดยเฉพาะผู้ที่มีการสัมผัสใกล้ชิดและยาวนาน

ผู้ติดเชื้อ ไวรัสฮันตา Hantavirus ชาวยุโรป

ลักษณะสำคัญของไวรัสฮันตา

  • เป็นไวรัส RNA สายเดี่ยวในกลุ่ม Bunyaviridae
  • มีหลายสายพันธุ์ เช่น Andes, Sin Nombre และอื่นๆ
  • สามารถก่อให้เกิดโรครุนแรงในระบบทางเดินหายใจและไต
  • ไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนี้

อาการแสดงของโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดนี้

ระยะฟักตัวของไวรัสฮันตาไวรัสนั้นสามารถนานถึง 1-6 สัปดาห์ หลังจากรับเชื้อ ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เหนื่อยล้า และอาจมีอาการไอแห้ง ต่อมาอาการอาจลุกลามจนเกิดภาวะปอดบวมน้ำเฉียบพลันและมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับโรคที่เกิดจากไวรัสฮันตาในระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome (HFRS) จะมีอาการไข้สูง ปวดหลังและเอว ปัสสาวะลดลง และอาจมีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ

สัญญาณเตือนที่คนไทยควรเฝ้าระวัง

  • ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส
  • อาการเหนื่อยหอบหรือหายใจลำบาก
  • อาการปวดตามกล้ามเนื้อและข้อ
  • อาการไอแห้งหรือมีเสมหะ
  • มีเลือดออกผิดปกติ หรือปัสสาวะน้อยลง

วิธีการติดต่อและการแพร่ระบาดของไวรัส

ไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายหลักผ่านการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะการสูดดมฝุ่นที่มีสารคัดหลั่งของสัตว์เหล่านั้นปนเปื้อน การสัมผัสโดยตรงกับสัตว์หรือสิ่งของที่ปนเปื้อนก็เป็นช่องทางหนึ่งเช่นกัน

ในกรณีของเชื้อสายพันธุ์ Andes มีรายงานว่าการติดต่อจากคนสู่คนอาจเกิดขึ้นได้แต่มีจำกัด ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือบุคลากรทางการแพทย์หรือคนในครอบครัวที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ

  • อยู่ในพื้นที่ที่มีหนูหรือสัตว์ฟันแทะอาศัยอยู่หนาแน่น
  • ทำงานหรือพักอาศัยในพื้นที่ที่มีฝุ่นและมูลสัตว์มาก เช่น ฟาร์มเกษตร โรงเก็บผลผลิตทางการเกษตรเดินทางหรือท่องเที่ยวในพื้นที่ป่าเขาหรือชนบทที่มีสัตว์พาหะ
  • สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้ทางคนสู่คน

มาตรการป้องกันและแนวทางการดูแลสุขภาพ

เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนและยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนี้ การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยสามารถทำได้ดังนี้

แนวทางป้องกันเบื้องต้น

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับหนูและสัตว์ฟันแทะ รวมถึงพื้นที่ที่อาจมีการปนเปื้อนของสารคัดหลั่งสัตว์เหล่านี้
  • เก็บรักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงานให้ปราศจากหนูและมูลสัตว์
  • ใช้หน้ากากอนามัยและถุงมือเมื่อต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่อาจมีฝุ่นหรือมูลสัตว์
  • เก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิดเพื่อลดการดึงดูดหนู
  • หมั่นล้างมือให้สะอาดหลังจากสัมผัสสิ่งของหรือสัตว์ที่อาจปนเปื้อนไวรัส

แนวทางสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ Andes
  • บุคลากรทางการแพทย์ควรใช้ชุดป้องกันและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด
  • เฝ้าระวังอาการและรีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสกับพาหะหรือผู้ป่วย

 

คำถามที่พบบ่อย 

1. ไวรัสนี้ติดต่อจากคนสู่คนได้หรือไม่?

โดยทั่วไป ไวรัสชนิดนี้ติดต่อผ่านสัตว์ฟันแทะเป็นหลัก แต่สายพันธุ์ Andes มีรายงานว่ามีโอกาสติดต่อจากคนสู่คนได้ในระดับจำกัด โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีการสัมผัสใกล้ชิดมาก

2. มีวิธีการรักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนี้หรือไม่?

ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับไวรัสนี้ การรักษาจะเน้นไปที่การบรรเทาอาการและดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล

3. อาการเริ่มต้นของโรคมีลักษณะอย่างไร?

มักเริ่มด้วยไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ต่อมาอาจมีอาการทางเดินหายใจและระบบไหลเวียนเลือดที่รุนแรง

4. เราจะป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อได้อย่างไร?

หลีกเลี่ยงสัมผัสกับหนูและสิ่งแวดล้อมที่อาจมีสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะ รักษาความสะอาด ใช้อุปกรณ์ป้องกันเมื่อจำเป็น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

5. ไวรัสชนิดนี้พบได้ในพื้นที่ใดบ้าง?

ไวรัสชนิดนี้พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและป่าที่มีสัตว์ฟันแทะอาศัยอยู่หนาแน่น เช่น อเมริกาเหนือและใต้ รวมถึงบางพื้นที่ในยุโรปและเอเชีย

สรุป

ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดเชื้อที่ยังคงต้องได้รับความสนใจและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นโรคที่พบได้น้อย แต่ด้วยความรุนแรงของอาการและความยากในการรักษา การรู้จักและเข้าใจถึงลักษณะของไวรัส อาการ วิธีการติดต่อ รวมถึงมาตรการป้องกันที่ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน เพื่อให้สามารถรับมือและลดความเสี่ยงจากไวรัสชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดและการปฏิบัติตามคำแนะนำจะช่วยให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนี้อยู่ในวงจำกัดและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

 

แหล่งอ้างอิง (References)

• KLM ออกแถลงการณ์กรณีผู้โดยสารติดเชื้อ Hantavirus บนเที่ยวบินที่โจฮันเนสเบิร์ก
https://news.klm.com/passenger-with-hantavirus-was-briefly-on-board-a-klm-aircraft-in-johannesburg/

• Thai PBS World รายงานสถานการณ์ไวรัส Hantavirus และการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข
https://world.thaipbs.or.th/detail/61262

• The Telegraph เผยภาพอดีตตำรวจอังกฤษที่ถูกอพยพจากเรือ หลังพบความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสจากหนู
https://www.telegraph.co.uk/news/2026/05/06/pictured-british-ex-police-officer-evacuated-rat-virus-ship/